โรคไขมันพอกตับในเด็ก ภัยแฝงที่มากับความอ้วน

โรคอ้วนจัดเป็นปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคอีกหลายชนิด เกิดจากสภาวะทางการแพทย์ที่ร่างกายมีไขมันสะสมอยู่ตามอวัยวะส่วนต่างๆ มากจนเกินไปปัจจุบันพบว่าเริ่มเกิดขึ้นใน “เด็ก” มากขึ้น โดยเชื่อกันว่ามีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป คือ เน้นการรับประทานอาหารจานด่วนซึ่งมีแต่แป้ง น้ำตาล และไขมันมากขึ้น แต่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาน้อยลง โดยใช้เวลาที่ว่างจากการเรียนไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือดูโทรทัศน์แทน นอกจากนี้ ด้วยทัศนตคติของผู้ปกครองหลายท่านที่คิดว่า บุตรหลานที่อ้วนท้วนคือเด็กที่มีความสมบูรณ์และน่ารัก จึงมักสรรหาและตามใจจนเด็กมีอาการอ้วนฉุ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว

 

โรคที่มาพร้อมกับความอ้วนนั้นมีหลายอย่างซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองอาจใช้วิธีการสังเกตว่ามีรอยคล้ำคล้ายขี้ไคลแต่ขัดล้างไม่ออกบริเวณต้นคอ รักแร้ ข้อพับ หรือบริเวณที่เนื้อมีการเสียดสีกันบ่อยๆ หรือไม่ เพราะนั่นเป็นสัญญาณเตือนด้วยว่า บุตรหลานของท่านอาจจะกำลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูงโรคความดันโลหิตโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงอาการหยุดหายใจขณะหลับซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ที่ถือเป็นภัยเงียบและเป็นอันตรายอย่างมากคือ “โรคไขมันพอกตับ” เนื่องจากเด็กที่เป็นโรคนี้มักไม่แสดงอาการหรืออาจมีก็เป็นอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น อ่อนเพลีย หรือปวดท้อง จึงทำให้ไม่ได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ จนก่อให้เกิดอาการตับอักเสบเรื้อรังและเป็นโรคตับแข็งตามมาในที่สุด

 

ดังนั้น หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดที่มีบุตรหลานที่คิดว่าน่าจะเป็นโรคอ้วนก็ควรนำบุตรหลานของท่านเข้ารับการตรวจวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคนี้ไม่ ด้วยวิธีอัลตร้าซาวด์ หรือการตรวจเลือดเพื่อดูค่าการทำงานของตับ หรือวิธีเจาะตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งจะทำให้เด็กได้เข้ารับการรักษาอาการแต่เนิ่นๆ

 

แต่ทั้งนี้ การป้องกันและรักษาอาการของโรคไขมันพอกตับในเด็กที่ดีที่สุดก็คือการลดน้ำหนัก และการปรับพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม คือ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตให้ครบทั้ง 3 มื้อ โดยลดปริมาณของข้าวและแป้งลงในมื้อเย็น รวมทั้งงดอาหารหวาน ของมัน ของทอด เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ และขนมกรุบกรอบ นอกจากนี้คือ จำกัดการดูโทรทัศน์และเล่นคอมพิวเตอร์รวมกันไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน และให้เด็กหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 – 60 นาที โดยผู้ปกครองควรเป็นแบบอย่างที่ดี และชักชวนกันปฏิบัติ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การป้องกันรักษาได้ผลในทางที่ดี เนื่องจากการใช้ยารักษาไขมันพอกตับสำหรับเด็กยังมีข้อจำกัดอยู่มาก และต้องรอดูผลในระยะยาวอีกด้วย

 

4-วิธีป้องกันผมร่วง

4 วิธีป้องกันผมร่วง

ใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องเส้นผมอยู่ อย่าปล่อยให้เส้นผมของเราบางลงเด็ดขาดนะคะ เพราะเราอาจจะเรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ และทางแก้ที่ดีที่สุดสำหรับรักษาอาการผมร่วงให้ได้ผล คือการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง

  1. ใช้หวีให้เหมาะ                                                                                                                                                                                            หากสังเกตเห็นว่ามีเส้นผมหลุดออกมาพร้อมกับหวีมากมาย ลองใช้หวีที่มีซี่ห่าง หรือซี่หวี่กลมดูค่ะ จะทำให้ไม่บาดเส้นผมหรือทำให้เส้นผมฉีกขาด และที่สำคัญเวลาหวีอย่าใจร้อน ค่อย ๆ หวีที่ปลายเส้นผม เพื่อคลายปมผมที่พันกันออก ห้ามดึงกระชาก เพราะเส้นผมอาจจะขาดหลุดร่วงออกมาได้
  2. อย่าใส่หมวกบ่อย                                                                                                                                                             ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการใส่หมวกเป็นเวลานาน ๆ เพราะจะทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณหนังศีรษะลำบาก ทำให้ผมหลุดร่วงได้ ควรใส่หมวกที่มีขนาดใหญ่หรือไม่ก็งดใส่หมวกไปเลยก็จะดีค่ะ หากต้องการบังแดดก็เปลี่ยนไปใช้ร่มกางก็ดีเหมือนกัน
  3. ใช้แชมพูและผลิตภัณฑ์บำรุงผมสูตรธรรมชาติ สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเส้นผมอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ที่หนังศีรษะ จนทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้เหมือนกันค่ะ
  4. หลีกเลี่ยงความเครียด หากเราเครียดอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ผมบางและศีรษะล้านได้นะ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเครียดให้หางานอดิเรกที่ชอบ แล้วหมกมุ่นอยู่กับมันสักพัก จะช่วยให้เราลืมความเครียดนั้นไปได้ค่ะ
  5. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือลดเลิกพฤติกรรมบางอย่างไป เช่น การกินอาหารที่มีโซเดียมสูงๆ การไดร์ผมบ่อยๆ ซึ่งอาจจะทำให้ชีวิตประจำวันลำบากกว่าปกติ แต่ก็ยังดีกว่าต้องมาปวดหัวกับปัญหาผมร่วงนะ

 

 

 

5-เคล็ดลับปราบริ้วรอยจากสิวให้ได้ผล

5 เคล็ดลับปราบริ้วรอยจากสิวให้ได้ผล

เรื่องของริ้วรอยจากสิวคงเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายๆคน เพราะทำให้เราต้องสูญเสียความมั่นใจอย่างมากเมื่อต้องเข้าสังคม หรือต้องพบเจอผู้คน ในขณะที่มีสิวขึ้นอยู่บนหน้า เราไปดูกันดีกว่าว่ารอยสิวนั้นมีกี่ประเภท และเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

  1. รอยสิวเนื้อนูน มักจะพบได้ในบริเวณจมูก คาง และบริเวณขากรรไกร เพราะผิวหนังบริเวณนั้นจะเกิดการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอโดยอัตโนมัติ ซึ่งในบางครั้งอาจจะเกิดการซ่อมแซมที่เร็วเกินไปจนทำให้เกิดรอยสิวที่นูนขึ้นมา
  2. รอยสิว แบบรอยดำ รอยแดง มักจะเกิดจากการแคะ แกะ เกา ที่ทำให้ผิวหน้าของเราเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น จนเกิดเป็นรอยคล้ำดำแดงตามมา
  3. รอยสิวที่เป็นหลุมลึกลงไป มักจะเกิดจากการที่สิวลุกลามไปทั่วใบหน้า และเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ทำให้เป็นหลุมลึกลงไป

แล้วมีอะไรที่จะช่วยลดรอยสิวได้บ้าง?

  1. กรดผลไม้หรือAHA                                                                                                                                                                                       เราสามารถพบสารชนิดนี้ได้ในมะนาว ซึ่งจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เหมาะสำหรับคนที่มีรอยสิวแบบรอยแดง รอยดำค่ะ
  2. วิตามินเอ วิตามินเอเหมาะกับคนที่มีผิวอักเสบเกิดขึ้นบ่อย เพราะจะทำให้ผิวหนังของเรายืดหยุ่นได้ดีขึ้น โอกาสที่แผลที่เกิดจากสิวจะลุกลามก็จะน้อยลงตามไปด้วยนั่นเองค่ะ
  3. วิตามินซี                         วิตามินซีเป็นกรดอ่อนๆที่จะช่วยในการกัดสีของผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ที่เกิดจากรอยสิวให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ค่ะ

 

 

 

สลายคราบสารพัน-ด้วยยาสีฟันหลอดเดียว

 

หลายท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องการรักษาแผลของร้อนลวก ด้วยการใช้ยาสีฟันป้ายลงบนแผล แต่วันนี้เราจะมาดูประโยชน์ของเจ้ายาสีฟันอีกด้านหนึ่ง ซึ่งคุณคาดไม่ถึงเลยละครับ และเชื่อว่าทุกบ้านจะต้องมียาสีฟันกันอยู่แล้ว เรามาดูว่านอกจากจะเอามาสีฟันแล้วมันยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอะไรบ้างกันดีกว่าครับ

ประโยชน์ที่น่าสนใจของยาสีฟัน มีดังนี้ครับ

  1. สามารถทำให้กระจกใสได้ เอ้อ น่าสน วิธีใช้งานทำได้ง่ายๆ ครับ โดยการบีบยาสีฟันในปริมาณเพียงเล็กน้อยลงบนผ้าชุ่มน้ำ จากนั้นนำไปเช็ดกระจกให้ทั่วทั้งบาน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงเช็ดคราบขาวของยาสีฟันที่แห้งออก ด้วยผ้าแห้งอีกครั้ง คราวนี้ท่านผู้อ่านก็จะได้กระจกใสปิ๊ง สวยงาม เหมือนใหม่เลยละครับ
  2. สามารถกำจัดรอยเปื้อนที่อยู่บนเสื้อผ้าได้เป็นอย่างดี โดยแต้มยาสีฟันลงบนรอยเปื้อน จากนั้นขยี้เบาๆ จะรอยเปื้อนหายไป แล้วนำไปซักตามปกติ รอยเปื้อนจะจางลง (ข้อแนะนำ อย่าใช้ยาสีฟันที่มีสารฟอกขาว เพราะจะทำให้ผ้าสีซีดได้)
  3. สามารถกำจัดคราบเหลืองบนเตารีดได้ โดยการทายาสีฟันบริเวณที่มีรอยไหม้ คราบเหลือง บนตัวเตารีด ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นใช้ผ้าชุดน้ำอุ่นเช็ดคราบยาสีฟันออก คราบเหลืองบนเตารีด ก็จะอันตรธานหายไปในทันที
  4. สามารถกำจัดคราบบนรองเท้าได้ สำหรับรองเท้าที่ไม่สามารถซักด้วยวิธีธรรมดาได้ รองใช้ยาสีฟันแต้มที่รอยเปื้อน แล้วเช็ดทำความสะอาดดู คราบต่างๆ จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย

โรคเรื้อน-ภัยร้ายที่ต้องระวัง

การมีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมรับทุกสถานการณ์ ใครๆ ก็อยากมี แต่หากป่วยขึ้นมา คงไม่สนุกแน่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าโรคเรื้อน หรือ โรคผิวหนังชา ที่แม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นใครเป็นกับบ่อยนัก แต่การทราบถึง อาการในระยะเริ่มต้นก่อน เราก็สามารถทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที และโอกาสในการหายขาดก็จะมากขึ้นด้วย

โรคเรื้อนเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium Leprae เชื้อโรคตัวนี้จะทำให้คุณมีผื่นที่ผิวหนัง และยังสามารถเข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนปลายได้อีกด้วย หากไม่รีบทำการรักษาอาจทำให้ผู้ป่วยพิการได้ เป็นโรคที่น่ากลัวมากๆ เลยนะครับ เจ้าโรคเรื้อนนี้สามารถติดต่อกันได้จากคนสู่คน ไม่ว่าจะเป็นทางลมหายใจ หรือการสัมผัสคลุกคลีอยู่กับผู้ป่วยโรคเรื้อนเป็นเวลานานๆ รวมทั้งผู้ที่ไม่มีภูมิต้านทานด้วย แต่โดยปกติแล้ว ร้อยละ 95 คนเราจะมีภูมิต้านทานกันอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลครับ

อาการของโรคเรื้อน คือ ผิวหนังมีวงด่างสีจาง หรือเข้มกว่าบริเวณผิวหนังโดยรอบ เหงื่อไม่ออก ขนตามร่างกายร่วง รวมทั้งมีอาการชาที่บริเวณรอยด่าง ไม่มีอาการคัน และเป็นมานานกว่า 3 เดือน หากพบอาการเหล่านี้ ก็ให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นโรคเรื้อนครับ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัยโรค เพราะหากไม่ทำการรักษา อาจทำให้ ตา มือ และ เท้า พิการได้ การรักษานั้นสามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยา หากเป็นน้อย ใช้เวลารักษาประมาณ 6 เดือน หากเป็นมาก ใช้เวลารักษาประมาณ 2 ปี จึงจะหาย ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตกับครอบครัว และทำงานได้ตามปกติ

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!

No newer/older posts